
เจ้าของธุรกิจอย่างเราๆ ก็คงกำลังกุมขมับกับปัญหาสุดคลาสสิก อย่าง..พนักงานลาออกเป็นว่าเล่น ทีมเวิร์คสะดุด งานไม่เดิน เพราะยุคนี้คนเปลี่ยนงานกันบ่อยๆ ทำเอางานสะดุด คุณภาพองค์กรดิ่งลงเหว แถมยังต้อเสียเวลาหาคนใหม่อยู่เรื่อยไปใช่หรือป่าว?
บางทีรากของปัญหาอาจฝังลึกอยู่ที่ 'วัฒนธรรมองค์กร'ของเราที่ยังไม่เข้าที่เข้าทางก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเหมือนเป็นเพียงอะไหล่ที่ถูกมองข้าม โอกาสเติบโตที่มองไม่เห็น หรือสไตล์การบริหารที่ยังจูนกันไม่ติดกับใจพนักงาน แต่อย่าเพิ่งถอดใจไป
.
เพราะวันนี้เรามีกรณีศึกษาชั้นเยี่ยมจาก Zappos ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ eCommerce ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่ยังสร้าง 'วัฒนธรรมองค์กรในฝัน' ให้พนักงานรักหมดใจ ทำงานอย่างมีความสุข กลายเป็นต้นแบบที่ใครๆ ก็อยากเจริญรอยตามได้ วันนี้มาดูเทคนิค 5 ข้อ ที่จะใช้มัดใจพนักงานให้อยู่ด้วยกันยาวๆ แถมยังสร้างทีมที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญที่สุดคือ ธุรกิจ SME อย่างเราจะนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปปรับใช้ได้ง่ายๆ ด้วย

**ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจากทำความเข้าใจกับปัญหากันก่อน: พนักงานลาออกบ่อย ทีมงานขาดความสม่ำเสมอ เกิดขึ้นจากอะไร?
.
อาการที่เห็นชัดคือพนักงานหมดไฟ (Burnout) ขาดแรงจูงใจ และไม่มีความสุขในการทำงาน ส่งผลให้ต้องเสียเวลาหาคนใหม่อยู่เรื่อยๆ คุณภาพงานไม่สม่ำเสมอ และประสิทธิภาพโดยรวมลดลงโดยใช่เหตุ
.
ส่วนใหญ่แล้วปัญหาเหล่านี้มักเกิดจาก
.
- วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ตอบโจทย์
- พนักงานรู้สึกไม่ได้รับการยอมรับจากองค์กร
- ไม่มีโอกาสพัฒนาและเติบโตในสายงาน
- การบริหารงานที่ไม่เข้าใจความต้องการของพนักงาน

**เคสศึกษาจาก Zappos ทำยังไงให้พนักงานอยากอยู่ยาว?
.
หัวใจสำคัญของ Zappos คือปรัชญา "Delivering Happiness" ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ลูกค้า แต่รวมถึงการสร้างความสุขและความรู้สึกมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงให้แก่พนักงาน ก่อให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจนและสนุกสนาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พนักงานรัก ทุ่มเท และผูกพันกับองค์กรในระยะยาว

**เทคนิค 5 ข้อที่ Zappos ใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์นี้
.
1. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจนและสนุก (Core Values)
Zappos มี Core Values ที่ทุกคนรู้และยึดถือ เช่น การสร้างความสนุกและความคิดสร้างสรรค์ พนักงานได้รับการสนับสนุนให้แสดงออกและคิดนอกกรอบ
.
2. ให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงาน (Employee Happiness)
โปรแกรม “Pay to Quit” คือ หลังจากที่พนักงานผ่านการฝึกอบรมของทางองค์กรใน 4 สัปดาห์ บริษัทจะเสนอเงิน $100 และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง $1,000 และในบางกรณีสูงถึง $4,000 เลย เพื่อให้พนักงานที่รู้สึกว่าไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมของบริษัทสามารถตัดสินใจลาออกได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดหรือกังวล โดจจะให้เงินพนักงานที่คิดจะลาออกในช่วงแรก เพื่อคัดกรองคนที่ตั้งใจทำงานจริงๆ
นอกจากนี้ยังมีการรับฟัง Feedback อย่างจริงจังและปรับปรุงตามความต้องการของพนักงานทุกคนอีกด้วย
.
3. ฝึกอบรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Learning)
Zappos มีโปรแกรมฝึกอบรมหลากหลาย ทั้งด้านบริการลูกค้า ความเป็นผู้นำ และทักษะอื่นๆ เพื่อให้พนักงานเติบโตทั้งในงานและชีวิตส่วนตัวซัพพอร์ตพนักงานเสมือนลูกค้าท่านหนึ่ง
.
4. ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Employee Involvement)
ส่งเสริมให้พนักงานเสนอไอเดียและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ พร้อมระบบรางวัลสำหรับไอเดียดีๆ ที่ช่วยพัฒนาองค์กร
.
5. สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนุกและผ่อนคลาย (Fun Work Environment)
ที่ทำงานมีทั้งพื้นที่ให้พักผ่อน ห้องเล่นเกม และกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ เช่น ปาร์ตี้และการแข่งขันเกม เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายและความสนุกในที่ทำงาน

**หลายคนคงจะสงสัยว่า แล้วแบบนี้แล้วได้ผลลัพธ์เป็นยังไง? บอกได้เลยครับว่าผมลัพธธ์ดีเกินคาด
.
นอกจากพนักงานของ Zappos จะมีความสุขและผูกพันกับองค์กรสูงแล้ว ยังพร้อมจะทุ่มเทการให้บริการที่ยอดเยี่ยมแด่ลูกค้า ส่งผลให้ลูกค้าก็มีความสุขที่ได้เข้ามาตามไปด้วย และด้วยความใส่ใจนี้ขององค์กร ก็ทำให้อัตราการลาออกจากองค์กรต่ำลงกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมอื่นๆ มาก ทั้งยังสร้างชื่อเสียงว่า“Zappos เป็นบริษัทที่น่าทำงานติดอันดับต้นๆ ของโลก” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในองค์กรจะมีแต่คนเก่งๆ เพราะใครก็อยากเข้ามาทำงานที่นี่กันทั้งนั้น

**แล้วเราจะสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของเราได้อย่างไรบ้าง? มาดูกันต่อ
1. สร้างและสื่อสารวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจน ให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กร
2. ลองเปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
3. ลงทุนในโปรแกรมพัฒนาทักษะทั้งด้านงานและการพัฒนาตนเองให้กับพนักงาน
4. ตรวจสอบความสุขของพนักงานเป็นระยะ และพร้อมแก้ไขตาม Feedback เหมือนดั่งพนักงานคือลูกค้าของเราท่านหนึ่ง
5. สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ผ่อนคลาย สนุก และส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีม

**หลังจากได้อ่านแล้ว ก็มีคำถามที่ชวนพวกเราคิดอยู่ข้อนึง “ถ้าธุรกิจของเราทำให้พนักงานมีความสุขเพิ่มขึ้นสัก 10% พวกเราคิดว่ายอดขายและบริการจะดีขึ้นแค่ไหน?”
.
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ต้องเริ่มจากความตั้งใจและความเข้าใจพนักงานอย่างแท้จริง
.
พวกเราลองนำแนวทางจาก Zappos ไปปรับใช้กับธุรกิจของเราดู แล้วเราจะได้เห็นทีมงานที่มีความสุข มีแรงจูงใจ และพร้อมเดินเคียงข้างธุรกิจเราไปไกลๆ ถ้าใครอยากแชร์ประสบการณ์หรือปัญหาการบริหารทีมงานที่เคยเจอมา? ลองคอมเมนต์บอกเทคนิคดีๆกันบ้างนะครับ อย่าลืมกดแชร์โพสนี้เก็บไว้เตือนใจด้วยล่ะ ว่าพนักงานก็คือส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรของเราไปข้างหน้า ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความใส่ใจ แล้วลองเอาผลลัพธ์มาฝากกันด้วยล่ะ