Skip to Content

วิธีใช้ Make.com ร่วมกับ WordPress และ Google Sheet: อัปเดต, ลบ, และสร้างข้อมูลสมาชิกอัตโนมัติ

9 มีนาคม ค.ศ. 2026 โดย
Few
| ยังไม่มีความคิดเห็น

ในบทความนี้ จะพาพวกเราไปทำความเข้าใจ การใช้ Make.com ร่วมกับ WordPress และ Google Sheet อย่างละเอียดสำหรับการ อัปเดต, ลบ และสร้างข้อมูลสมาชิก โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถจัดการฐานข้อมูลสมาชิกของเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มความแม่นยำของข้อมูล


ใครควรอ่านบทความนี้?

  • ผู้ที่ต้องการ เพิ่ม, อัปเดต, หรือลบข้อมูลสมาชิก WordPress อัตโนมัติ และบันทึกลง Google Sheet
  • เพื่อเป็นฐานรากสำหรับการจัดการข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ โดยใช้ Google Sheet เช่น โซเชียลมีเดีย ฐานข้อมูลการขาย ฯลฯ โดยเริ่มต้นกับ WordPress ก่อน
  • ผู้ดูแลเว็บไซต์ที่ต้องการ ลดภาระงานซ้ำซ้อน
  • นักพัฒนาที่ต้องการ เชื่อม WordPress กับระบบอื่น ๆ อย่างง่ายดาย

1. ทำความรู้จัก Make.com และการจัดการข้อมูลสมาชิกใน WordPress

Make.com เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสร้างระบบอัตโนมัติระหว่างแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด เช่น เชื่อม WordPress กับ Google SheetCRMLINE OA, หรือระบบอื่น ๆ ได้ในไม่กี่คลิก

2. การสร้างบัญชี Make.com และการตั้งค่าพื้นฐาน

2.1 สมัครบัญชี Make.com

1. ไปที่หน้าสมัครสมาชิก Make.com 🔹 คลิกที่ลิงก์นี้ → https://www.make.com/en/register?pc=smeneedtoknow

2. คลิก Sign Up แล้วสมัครด้วย Email / Google

 

จริง ๆ มีบทความที่อธิบายขั้นตอนการสมัครอย่างละเอียดอยู่ เข้าไปอ่าน แล้วทำตามได้ที่นี่นะ

วิธีเปิดบัญชี Make.com สำหรับมือใหม่ – Step by Step 🚀

Feb 22, 2025


2.2 สร้าง Scenario แรก

1. ดาวน์โหลด blueprint ที่สร้าง Flow เอาไว้ให้สำเร็จแล้วไปใช้ได้เลย จะได้ไม่ต้องมากดสร้างที่ละ Module ผมสร้างไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ (เป็นไฟล์ json)

ดาวน์โหลด Blue Print ได้ที่นี่

Click Here

2. เอาละ สำหรับใครที่ดาวน์โหลด Blueprint มาเรียบร้อย และก็ได้เปิดบัญชี Make.com เรียบร้อยแล้ว ก็ให้คลิกไปที่ปุ่ม Create a new scenario ได้เลยครับ

ซึ่งหากคลิกไปแล้วมี Popup เด้งขึ้นมาแบบในภาพตัวอย่าง ก็กดปิดไปก่อนได้เลยครับ (คนที่เข้ามาใช้งานเปิด Scenario ครั้งแรกมักจะเจอ)

แต่ถ้าใครไม่เจอ ก็ไปทำต่อข้อถัดไปได้เลย

3. เมื่อสร้าง Scenario ใหม่มาแล้วก็คลิกที่จุดสามจุดตรงแถบเมนูด้านล่าง แล้วหาปุ่มที่เขียนว่า Import blueprint

4. คลิก Save ก็จะปรกฎ Flow ที่ถูกสร้างเอาไว้แล้วดังภาพ

5. คลิกที่โมดูล Custom Webhook

6. แล้วคลิกเลือก Create a webhook

7. ในช่อง Webhook name ให้ใส่ "my-user-webhook-plugin" ส่วนช่อง IP restrictions ให้ปล่อยทิ้งไว้

8. เมื่อเสร็จแล้วให้กดปุ่ม Save

9. พวกเราจะเห็น url ของ Webhook ปรากฎขึ้น (โปรดเก็บไว้เป็นความลับ อย่านำไปเผยแพร่เด็ดขาด) ให้คัดลอกเอาไว้ โดยกดที่ปุ่มสีเทาที่เขียนว่า Copy address to clipboard เพราะเดี๋ยวเราต้องใช้นำไปกรอกในเว็บไซต์ WordPress ของเรา

10. คลิก Save เพื่อบันทึกการตั้งค่าโมดูล Custom Webhook

3. ดาวน์โหลดและติดตั้งปลั๊กอิน Make.com Webhook สำหรับ WordPress

ตอนนี้ต้องไปที่หลังบ้านของ WordPress แล้วครับ เพื่อให้ WordPress ส่งข้อมูลไปยัง Make.com ได้ง่ายขึ้น ผมได้เตรียมปลั๊กอิน Make Webhook V.1 ให้พวกเราใช้งานฟรี

3.1 ดาวน์โหลดปลั๊กอิน

ดาวน์โหลดปลั๊กอินได้ที่นี่

Click Here

3.2 วิธีติดตั้งปลั๊กอิน

  1. ไปที่ WordPress Dashboard
  2. ไปที่ Plugins > Add New
  3. คลิก Upload Plugin
  4. คลิก Choose File แล้วอัปโหลดไฟล์ ZIP
  5. กด Install Now
  6. เมื่อติดตั้งเสร็จสิ้น ให้กด Activate

4. การตั้งค่า Webhook ใน Make.com ให้เชื่อมต่อกับ WordPress และการเตรียม Google Sheet

4.1 ตั้งค่า Webhook ใน WordPress

  1. ไปที่เมนู Settings > User Webhook ใน WordPress
  2. วาง URL ที่คัดลอกมาจากโมดูล Custom Webhook ใน Make.com ในช่อง Webhook URL
  3. เลือกใช้งาน Event ทั้งสามประเภท User Created, User Updated และ User Deleted
  4. กด Save Setting

4.2 ทดลองการรับค่า Webhook จาก WordPress สู่ Make.com

  1. กลับไปที่ Make.com แล้วคลิกขวาที่โมดูล Custom Webhook และคลิกที่ Run this module only

2. ให้ทดลองเพิ่มสมาชิกใหม่ หรือแก้ไขข้อมูลสมาชิกบางราย อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้มีการส่งค่า Event ที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าการทำงานเป็นปกติ พวกเราจะเห็นว่าที่โมดูล Custom Webhook จะมีเลข 1 แสดงอยู่ด้านบนขวามือของโมดูล ให้พวกเราคลิกไปที่เลข 1 นั้น

สิ่งที่พบคือ ค่าข้อมูลของสมาชิกคนที่เราเพิ่มมาใหม่ หรือที่แก้ไขข้อมูล

ถ้าได้ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ ก็แสดงว่าการส่งข้อมูลสมบูรณ์

5. การตั้งค่า Google Sheet ให้เชื่อมกับ Make.com

5.1 ตั้งค่า Google Sheet

  1. สร้าง Google Sheet ใหม่ขึ้นมา โดยสามารถตั้งชื่ออะไรก็ได้ที่ต้องการ (แต่ต้องจำชื่อไฟล์ให้ได้ด้วยนะ เพราะเดี๋ยวต้องใช้)
  2. เมื่อสร้าง Google Sheet มาแล้วก็ให้ใส่ข้อมูลหัวข้อแต่ละคอลัมตามนี้ - user_id, user_login, user_email, first_name, last_name, registered, event

5.2 ตั้งค่าโมดูล Google Sheet ใน Make.com เพื่อ ลบ, อัปเดต และ เพิ่มสมาชิก

กลับมาที่ Make.com ซึ่งหลังจากที่เราได้สร้างโมดูลแรกที่เป็น Custom webhook แล้ว Flow ที่วางแผนไว้คือ เราจะใช้การแยกเส้นทางข้อมูล 3 เส้นทาง เพื่อไป ลบ, อัปเดต หรือ เพิ่มสมาชิก ด้วยโมดูล Router ซึ่งแต่ละเส้นทางจะมีเงื่อนไขดักไว้อยู่เพื่อแยกประเภทของ Event ที่ได้รับมา

โดยเส้นทางที่ 1 จะทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ลบข้อมูลสมาชิกเกิดขึ้นบนเว็บไซต์  WordPress โดยตั้งค่าเงื่อนไขไว้ที่เส้นเชื่อมต่อระหว่างโมดูล Router กับ โมดูล Google Sheet Search Rows

 

1. คลิกไปที่โมดูล ​Google Sheet Search Rows

2. คลิกที่ Creating a connection

3. จะปรากฎ Pop Up ขึ้นมาใหม่ ให้คลิกปุ่ม Sign in with Google

4. เมื่อ Sign in เรียบร้อย ให้กลับมาคลิกที่ปุ่ม Save

5. ที่โมดูล ​Google Sheet Search Rows นี้จะแสดงหน้าต่างตั้งค่า เราก็ทำการตั้งค่าให้ตรงตามภาพข้างล่าง ยกเว้น Spreadsheet ID ที่ชื่ออาจไม่เหมือนกันได้ (ขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งชื่อไฟล์ Google Sheet ของเราไว้ว่าอะไร)

เมื่อตั้งค่าได้ตรงตามภาพทั้งหมดแล้ว ก็ให้กด Save

6. ถัดมาที่โมดูลตัวต่อไป ​Google Sheet Deleate Rows ซึ่งโมดูลนี้จะทำหน้าที่ลบแถวของรายการสมาชิกออกจาก Google Sheet นั่นเอง

เมื่อคลิกที่โมดูลแล้ว ให้ทำการเลือก Connection บัญชี Goole ที่เราได้เคยเชื่อมไว้แล้ว

เมื่อเลือกแล้ว ก็จะแสดงหน้าต่างตั้งค่า

หลังจากนั้นให้ตั้งค่าให้ตรงตามภาพข้างล่าง ยกเว้น Spreadsheet ID ที่ชื่ออาจไม่เหมือนกันได้ (ขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งชื่อไฟล์ Google Sheet ของเราไว้ว่าอะไร)

7. ลงมาเส้นทางที่ 2 ซึ่งเส้นทางนี้จะผ่านไปได้ก็ต้องเกิด Event การอัปเดตข้อมูลสมาชิกเท่านั้น โดยโมดูลแรกที่ต่อจากเส้นทางนี้ก็คือ โมดูล Google Sheet Search Rows เพื่อกำหนด Rows ให้กับโมดูลถัดไปซึ่งเป็นโมดูลการอัปเดตข้อมูลลงแถวนั่นเอง

การเช็ตข้อมูลก็คล้าย ๆ กับโมดูล Google Sheet Search Rows เส้นทางด้านบน

เช็ตตามภาพได้เลยครับ จะมีก็แต่ชื่อ Spreadsheet ID ที่ต้องเลือกให้ถูกนะครับ

8.  โมดูลถัดออกมาจะเป็นโมดูล Google Sheet Update Rows ซึ่งจะรับค่า Row Number มาจากโมดูลก่อนหน้า เพื่อให้อัปเดตข้อมูลได้ถูกแถวนั่นเอง

โดยข้อมูล ที่ถูกระบุในแต่ละคอลัมนั้นจะได้มาจากโมดูล Custom Webhook โดยตรง

ดังนั้นในช่อง Values จะต้องดึงเอาข้อมูลจาก Custom Webhook มาใส่ดังนี้

user_id (A) ดึงข้อมูล user_id จากโมดูล Custom Webhook

user_login (B) ดึงข้อมูล user_login จากโมดูล Custom Webhook

user_email (C) ดึงข้อมูล user_email จากโมดูล Custom Webhook

first_name (D) ดึงข้อมูล first_name จากโมดูล Custom Webhook

last_name (E) ดึงข้อมูล last_name จากโมดูล Custom Webhook

registered (F) ดึงข้อมูล registered จากโมดูล Custom Webhook

event (G) ดึงข้อมูล event จากโมดูล Custom Webhook

9.  และเส้นทางสุดท้าย คือเส้นทางของการสร้างข้อมูลสมาชิกใหม่ โดยจะมีแค่โมดูลเดียวเท่านั้นซึ่งก็คือโมดูล Google Sheet Add Rows

โดยข้อมูล ที่ถูกระบุในแต่ละคอลัมนั้นจะได้มาจากโมดูล Custom Webhook โดยตรง เช่นกัน

ดังนั้นในช่อง Values จะต้องดึงเอาข้อมูลจาก Custom Webhook มาใส่ดังนี้

user_id (A) ดึงข้อมูล user_id จากโมดูล Custom Webhook

user_login (B) ดึงข้อมูล user_login จากโมดูล Custom Webhook

user_email (C) ดึงข้อมูล user_email จากโมดูล Custom Webhook

first_name (D) ดึงข้อมูล first_name จากโมดูล Custom Webhook

last_name (E) ดึงข้อมูล last_name จากโมดูล Custom Webhook

registered (F) ดึงข้อมูล registered จากโมดูล Custom Webhook

event (G) ดึงข้อมูล event จากโมดูล Custom Webhook

อย่าลืมตั้งค่า Spreadsheet ID ให้ถูกต้องด้วยนะครับ

6. ทดสอบการทำงาน

1. เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ให้กดปุ่มบันทึก Scenario

2. แล้วก็คลิกปุ่มด้านบนตรงชื่อ Scenario

3. คลิก เปิด On การทำงานของ Scenario

4. หากมี Pop Up แสดงออกมาเพื่อให้ยืนยันการ Process ข้อมูลเดิมที่ค้างในคิวอยู่ หรือจะลบทิ้งล้างเพื่อเริ่มต้นรับข้อมูลใหม่มา ซึ่งตอนนี้เราต้องการจะทดสอบการใช้งานจริง ก็ให้กดปุ่ม Delete old data ได้เลย

ตรวจสอบข้อมูลที่ถูกบันทึกใน Google Sheet ว่ามีการเพิ่มแถวแล้วแสดงข้อมูลสมาชิกใหม่ เมื่อเราทดลองเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไปจากหน้าเว็บไซต์ WordPress

รวมถึงทดลอง แก้ไขข้อมูลสมาชิก เช่น เปลี่ยนชื่อ เป็นต้น แล้วสังเกตุดูว่า Google Sheet มีการเปลี่ยนแปลงอัปเดตข้อมูลตรงกันกับเว็บไซต์หรือไม่

และทดลองลบสมาชิกออกไปจากเว็บไซต์ WordPress แล้วก็มาตรวจสอบที่ Google Sheet ว่า แถวของสมาชิกรายนั้นหายไปแล้วหรือยัง

7. สรุปและสิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้

✅ ตั้งค่า Make.com เพื่อเชื่อมกับ WordPress และ Google Sheet ได้ ✅ ใช้ ปลั๊กอิน User Webhook V.1 เพื่อเชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น ✅ เพิ่ม, อัปเดต และลบข้อมูลสมาชิกโดยอัตโนมัติ ✅ บันทึกข้อมูลสมาชิกลง Google Sheet เพื่อใช้วิเคราะห์ต่อ

📌 อย่าลืม!

  • ทดลองระบบให้แน่ใจก่อนใช้งานจริง
  • สำรองข้อมูลก่อนอัปเดตหรือลบข้อมูลสมาชิก
  • หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม คอมเมนต์ถามได้เลย!

ทดลองใช้งานกันดูนะครับ ถ้าติดปัญหาอะไร ยินดีเลยถ้าจะทักมาพูดคุยกัน

เร็ว ๆ นี้จะมีตัวอย่างงานที่ใช้ Make.com เพื่อสร้างสรรค์ Automation Flow ให้กับธุรกิจมาทำให้เพิ่มอีก ติดตาม LINE OA @smeneedtoknow เอาไว้นะ เดี๋ยวจะมีตัวอย่าง Flow ดี ๆ มาให้ได้ลองใช้กัน

เพิ่มเพื่อน 

แชร์โพสต์นี้

ก่อนอ่าน... พวกเรากดติดตาม

LINE OA: @smeneedtoknow

เพื่ออัปเดตความรู้อื่น ๆ แล้วหรือยัง?

เพิ่มเพื่อน

แท็ก
บล็อกของเรา
เก็บถาวร
ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงความคิดเห็น