Skip to Content

เผลอโอนเงินเข้า ‘บัญชีม้า’ อาจไม่ได้เงินคืน แถมเสี่ยงโดนสอบสวน! กฎหมายใหม่ที่ SME ต้องรู้

5 มีนาคม ค.ศ. 2026 โดย
Few
| ยังไม่มีความคิดเห็น

ในยุคที่การทำธุรกรรมออนไลน์กลายเป็นหัวใจของธุรกิจ "ความเร็ว" และ "ความสะดวก" คือสิ่งที่ทุกองค์กรมุ่งหา แต่ดาบสองคมของมันคือ "ความเสี่ยง" จากอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นทุกวัน และหนึ่งในภัยคุกคามที่สร้างความเสียหายให้แก่ SME มากที่สุดในขณะนี้คือการตกเป็นเหยื่อของเครือข่าย "บัญชีม้า"


ภายใต้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ที่มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ "การไม่รู้" อาจไม่ใช่ข้ออ้างอีกต่อไป การทำความเข้าใจและสร้างเกราะป้องกันให้ธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่สุด

วงจรบัญชีม้า: ทำไมเงินของคุณถึงหายไปตลอดกาล? วงจรนี้เริ่มต้นจากมิจฉาชีพจ้างวานหรือหลอกลวงให้คนเปิดบัญชีธนาคาร (ม้า) จากนั้นจึงนำบัญชีนั้นไปใช้เป็นเครื่องมือในการรับเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อ (เช่น SME ของคุณ) ก่อนจะทำการยักย้ายถ่ายเทเงินต่อไปยังบัญชีอื่นๆ อีกหลายทอดอย่างรวดเร็วเพื่อฟอกเงิน ทำให้การติดตามเส้นทางการเงินกลับมายังตัวการใหญ่เป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง

เช็กลิสต์ 3 ด่าน: เกราะป้องกันบัญชีม้าสำหรับ SME

ด่านที่ 1: ตรวจสอบผู้รับก่อนโอนทุกครั้ง (Verify Before You Transfer)

  • ซัพพลายเออร์ใหม่: อย่าเชื่อแค่ใบแจ้งหนี้ที่ส่งมาทางอีเมลหรือ LINE ควรขอเอกสารยืนยันตัวตนของบริษัท (เช่น หนังสือรับรองบริษัท) ที่มีชื่อบัญชีตรงกัน และควรโทรศัพท์ไปยืนยันเลขที่บัญชีกับเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นทางการของบริษัทนั้นๆ
  • การขอเปลี่ยนบัญชี: "Red Flag" ที่อันตรายที่สุด! หากคู่ค้าที่เคยติดต่อกันมานาน จู่ๆ ส่งข้อความมาขอ "เปลี่ยนเลขที่บัญชี" ในการรับเงิน ห้ามโอนเด็ดขาด จนกว่าจะได้พูดคุยยืนยันผ่านโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลกับบุคคลที่เชื่อถือได้
  • ใช้บริการตรวจสอบบัญชี: ก่อนโอนเงินจำนวนมาก ควรนำชื่อและเลขที่บัญชีไปตรวจสอบในฐานข้อมูลคนโกงออนไลน์ (เช่น Blacklistseller.com) เพื่อตรวจสอบประวัติเบื้องต้น

ด่านที่ 2: สร้างระบบควบคุมภายในที่รัดกุม (Implement Internal Controls)

  • กำหนดอำนาจการโอน: กำหนดวงเงินสูงสุดที่พนักงานแต่ละระดับสามารถโอนได้โดยไม่ต้องมีการอนุมัติซ้ำ
  • ใช้ระบบอนุมัติ 2 ชั้น (Dual Control): สำหรับการโอนเงินที่มีมูลค่าสูง ควรมีกระบวนการที่ต้องให้ผู้มีอำนาจ 2 คนทำการอนุมัติเสมอ (เช่น ฝ่ายบัญชีเป็นผู้ทำรายการ และเจ้าของเป็นผู้อนุมัติ)
  • จำกัดการเข้าถึงข้อมูล: พนักงานควรเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลทางการเงินที่จำเป็นต่องานของตนเองเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล

ด่านที่ 3: อบรบพนักงานให้รู้เท่าทัน (Educate Your Team)

  • "คน" คือจุดที่แข็งแกร่ง (และอ่อนแอ) ที่สุด: จัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน โดยเฉพาะฝ่ายบัญชี, การเงิน, และฝ่ายจัดซื้อ เกี่ยวกับกลโกงของมิจฉาชีพรูปแบบล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ
  • สร้างช่องทางรายงานที่ปลอดภัย: กำหนดขั้นตอนที่ชัดเจนว่าหากพนักงานพบธุรกรรมที่น่าสงสัย พวกเขาควรแจ้งใครและทำอย่างไร เพื่อให้สามารถระงับเหตุก่อนเกิดความเสียหายได้ทัน

ถ้าพลาดโอนไปแล้ว ต้องทำอย่างไร?

  1. ติดต่อธนาคารของคุณ "ทันที": แจ้งธนาคารต้นทางเพื่อขอให้อายัดธุรกรรมโดยเร็วที่สุดภายใต้ พ.ร.ก. ฉบับใหม่
  2. รวบรวมหลักฐานทั้งหมด: เก็บหลักฐานการพูดคุย, สลิปการโอนเงิน, และข้อมูลบัญชีปลายทางไว้ให้ครบถ้วน
  3. แจ้งความออนไลน์: แจ้งความผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (www.thaipoliceonline.com) ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

การป้องกันความเสียหายจากบัญชีม้าไม่ใช่ภาระ แต่คือการลงทุนในความปลอดภัยของธุรกิจ การสร้างระบบการเงินที่รัดกุมและวัฒนธรรมองค์กรที่ตื่นตัว คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ SME ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยในยุคดิจิทัล

แชร์โพสต์นี้

ก่อนอ่าน... พวกเรากดติดตาม

LINE OA: @smeneedtoknow

เพื่ออัปเดตความรู้อื่น ๆ แล้วหรือยัง?

เพิ่มเพื่อน

แท็ก
บล็อกของเรา
เก็บถาวร
ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงความคิดเห็น