
รู้หรือไม่ครับ? 90% ของคนที่ยิงแอดแล้วขายของไม่ได้ ปัญหาไม่ได้เกิดจากยิงโฆษณาไม่เก่ง แต่เกิดจากคอนเทนต์โฆษณาที่ไม่มีประสิทธิภาพ ยิ่งในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูง การโน้มน้าวใจลูกค้าด้วยคอนเทนต์ที่โดนใจกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ มากกว่าแค่การยิงโฆษณาอย่างเดียว
การสร้างคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นความท้าทายสำหรับหลายแบรนด์ ปัญหาที่พบบ่อยคือการใส่ข้อมูลมากเกินไป เลือกเนื้อหาไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย หรือขาดจุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าจดจำได้ ดังนั้น หากเราต้องการประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์ การพัฒนาทักษะด้านการสร้างคอนเทนต์จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย
เพราะทักษะการสร้างสื่อและคอนเทนต์จึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในการเรียนรู้ เพราะช่วยลดต้นทุนและเวลาในการจ้างคนอื่นทำ ที่สำคัญในปัจจุบันเราสามารถสร้างสื่อโฆษณาคุณภาพได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่มีหลักการและความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกต้อง

ตัวอย่างความสำเร็จที่น่าสนใจคือแคมเปญโฆษณาของ "รินขนมไทย"ที่ร่วมมือกับทีม นินจาการตลาด SME Need to Know ในการสร้างคอนเทนต์ ผลลัพธ์คือค่า CTR สูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ในขณะที่ค่า CPC ลดต้นทุนลงไปมาก
ด้วยการออกแบบคอนเทนต์อย่างพิถีพิถัน คำนึงถึงจิตวิทยาผู้บริโภค และใช้หลักการสร้างสรรค์งานที่ดึงดูดสายตา เราสามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจได้ ทั้งในแง่ของอัตราการคลิกที่สูงขึ้นและต้นทุนโฆษณาที่ลดลง
ความสำเร็จนี้เกิดจากการออกแบบคอนเทนต์อย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงหลักจิตวิทยาผู้บริโภค และใช้หลักการออกแบบ Key Visual ที่ดึงดูดสายตา พร้อมกับ Key Message ที่โดนใจกว่าคู่แข่งและทรงพลังกว่าคู่แข่งขันในธุรกิจเดียวกัน
เราจะพาไปดู 6 ตัวอย่างภาพโฆษณา จากแคมเปญโฆษณาของรินขนมไทย และวิเคราะห์ให้เห็นถึงจุดเด่นและกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ ไปดูกันเลยครับ

1. ภาพโฆษณา เทศกาลตรุษจีนขนมพร้อมแล้ว

มองแว้บแรกเราคงเห็นเลยนะครับว่า กองทัพขนมเข่งที่ถูกนึ่งสุกดูน่าทานโดดเด้งมาก่อน แสดงให้เห็นถึงกรรมวิธีการทำที่สดใหม่ ใครเห็นภาพก็ต้องรู้แล้วว่าแอดนี้ขายขนมเข่ง
ถัดมาครับ ข้อความคำว่า "เทศกาลตรุษจีนขนมพร้อมแล้ว" เลือกใช้สีแดง ในรูปแบบฟ้อนต์ที่ออกแบบไว้ โดยมีขนาดใหญ่พอสำหรับพื้นที่ครึ่งบนของภาพ และให้ฉากหลังถูกเบลอลดความสนใจลงไป ช่วยทำให้ข้อความเด่นชัดไม่ถูกรบกวน
แล้วทำไมถึงต้องใช้คำว่า "เทศกาลตรุษจีนขนมพร้อมแล้ว" ก็เพื่อให้สอดคล้องกับภาพขนมเข่งในลังนึ่ง ที่ประกาศให้โลกรู้ว่าทำกันสดๆ ใหม่ๆ พร้อมขายให้ลูกค้าแล้วนั่นเองไงครับ
นอกจากนั้น มีการการใส่ภาพตัวการ์ตูนที่เป็นกิเลนเชิดมังกร มีโคมไฟสีแดง เพื่อให้มีบรรยากาศความเป็นธีมตรุษจีนที่ชัดเจนเด่นชัด แต่ให้อยู่แค่บริเวณข้อความ "เทศกาลตรุษจีนขนมพร้อมแล้ว" เพื่อไม่ไปทำให้ภาพรก และไม่บดบังภาพขนมเข่งด้านล่าง
สุดท้ายมีการใส่โลโก้ร้าน "รินขนมไทย" ให้อยู่ตำแหน่งมุมซ้ายล่างสุด ซึ่งเป็นจุดที่มีการเบลอไว้ ทำให้โลโก้มองเห็นได้ง่ายชัดเจน ไม่สับสนชวนใหตาลายกับทุกรายละเอียดในภาพนั่นเองครับ
และผลลัพธ์ขององค์ประกอบที่เรียบง่ายได้ใจความแต่ทะลุทะลวงลูกค้านี้ นำมาสู่ตัวเลขที่สุดยอดมากๆ นั่นคือมีค่า CTR (อัตราการคลิก) สูงถึง 1.46% ขณะที่ตัวเลขค่า CPC (ราคาต่อคลิก) ต่ำมาก เพียงแค่ 0.58 บาทเท่านั้น

2. ภาพโฆษณา ขนมเทียนไส้แน่นมาก

แอดตัวนี้ค่อนข้างน่าสนใจมากในแง่รายละเอียด เพราะความที่ข้อความ "ขนมเทียนไส้แน่นมาก" เป็นประโยคที่บอกถึงจุดเด่นคุณสมบัติของสินค้า ดังนั้นถ้าภาพประกอบไม่สอดคล้องกับข้อความนี้ บอกเลยครับว่าแป้กสนิท
ถ้าสังเกตอย่างแรกคือ มีการแบ่งประเภทขนมที่จะโฆษณาเป็น 2 ชนิด คือ ไส้ถั่วเค็ม กับ ไส้หวานมะพร้าวอ่อน ปัญหาคือ ภาพที่ถ่ายมาใช้งาน ต้องสื่อได้ชัดถึงความเป็นถั่วเค็ม ฉะนั้นเลยเห็นกันชัดๆ ไปเลยครับว่านี่คือถั่วเค็มๆ ปั้นเม็ดเหลืองแน่นๆ จัดไปเต็มๆ
เช่นเดียวกันกับ ไส้หวานมะพร้าวอ่อน ที่ต้องเห็นให้เต็มตาว่านี่แหละคือสีสันของไส้มะพร้าว แล้วต้องปั้นเป็นลูกๆ เรียงสูงๆ แบบนี้แหละ เอาให้มองปุ๊บหวานคอ น้ำลายไหล สะใจคนชอบมะพร้าวอ่อน
จุดเด่นอีกอย่างที่ทำให้ภาพนี้น่าซื้อน่าลอง คือบรรยากาศรวมที่ให้ใบตองที่ใช้ห่อขนมเป็นพระเอกของภาพนี้ ที่ล่อไปเกินครึ่งภาพเป็นฉากหลัง สื่อให้เห็นถึงวัตถุดิบที่มีความเป็นธรรมชาติแท้ ไร้สิ่งเจือปน กลายเป็นขนมเทียนที่รู้สึกน่าทานมาก
และที่ขาดไม่ได้เลย คือการใส่ชื่อข้อความชนิดไส้ขนมเทียน ที่ทำให้ผู้ชมไม่ต้องงงว่าคืออะไร ไม่ต้องเดาหรือเข้าใจผิดว่าเป็นอย่างอื่น เช่นอาจมองเป็นผลไม้ เห็นเป็นสาคู เป็นการช่วยเสริมให้มองภาพแล้วเข้าใจทันทีว่าคืออะไร
เราไปดูกันครับว่าภาพขนมเทียนนึ่งสดๆ ร้อนๆ หม้อนี้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร สรุปคือค่าตัวเลข CTR (อัตราการคลิก) ที่ 0.87% และค่า CPC (ราคาต่อคลิก) ต่ำเพียง 0.57 บาทเท่านั้น เรียกว่าจ่ายน้อยแต่ได้ยอดขายมากจริงๆ

3. ภาพโฆษณา ทำงานอยู่ก็กินได้ เพราะขนาดพอดีคำ

ภาพนี้เราลองมาสังเกตกันเล่นๆ ครับ ว่ามีอะไรผิดปกติไหมเอ่ย เฉลยเลยนะครับหัวไช้เท้านั่นเอง มากัน 4 หัว ล้อมกล่อง 4 ด้าน
ถามว่าทำไมต้องใช้หัวใช้เท้าจริงๆ เชื่อเถอะว่าคนส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ขนมไทย มองแค่ภาพแทบไม่รู้เลยว่านี่คือขนมหัวผัดกาดเผลอๆ เดาไปสารพัด ดังนั้นหัวไชเท้าคือคำใบ้ให้รู้ว่านี่คือขนมอะไร
อีกอย่างภาพนี้เลือกจะไม่บอกชื่อขนมตรงๆ เพราะเด็กรุ่นใหม่ๆ อาจไม่รู้ว่าหัวผักกาดหน้าตาเป็นยังไง หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหัวไชเท้ากับหัวผักกาดคืออันเดียวกัน จึงช่วยเคลียร์ให้เข้าใจตรงกันทุกกลุ่มทุกวัย รวมทั้งสื่อถึงวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ ว่าทำจากหัวผักกาดจริงๆ
ดังนั้นเมื่อภาพขนมหัวไชเท้า ล่อไปเต็มจอแล้ว ข้อความคำว่า "ทำงานอยู่ก็กินได้ เพราะขนาดพอดีคำ" จึงเลื่อนลงมาอยู่พื้นที่ซ้ายด้านล่าง แล้วต่อด้วยภาพสาวออฟฟิศที่นั่งทำงาน พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมายคนทำงานหญิง ที่น่าจะชื่นชอบขนมชนิดนี้
สุดท้ายครับยังไม่ลืมที่จะใส่แบรนด์โลโก้ รินขนมไทย ที่มุมซ้ายบนอันใหญ่ๆ ให้สอดรับกับขนาดของภาพขนมหัวผัดกาด ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีความกว้างพอๆ กับกล่องขนมเลยทีเดียว ชัดเจนเต็มตา รู้เลยว่ายี่ห้ออะไร
และผลลัพธ์ที่ได้จากการใส่หัวไชเท้าแท้ๆ เรียลๆ แบบนี้ เรียกว่าสุดปังเกินต้าน เพราะตัวเลขค่า CTR (อัตราการคลิก) สูงมากๆ ถึง 2.06% สวนทางกับค่า CPC (ราคาต่อคลิก) ที่ถูกสุดๆ แค่คลิกละ 0.64 บาท ย้ำนะครับ 0.64 บาทเท่านั้น

4. งานโฆษณา ข้าวเม่าหมี่ เค็ม หวาน ครบรส

คราวนี้มาลองดูโฆษณาอีกภาพที่น่าสนใจ เพราะภาพนี้ค่อนข้างอธิบายได้ดี สื่อได้เข้าใจถึงส่วนประกอบของข้าวเม่าหมี่ว่าใส่อะไรเป็นส่วนสำคัญ หรือแม้แต่ลูกค้าที่ไม่เคยลองก็ต้องเดารสชาติได้ว่ามีถั่วลิสงและกุ้งแห้งตัวใหญ่
ดังนั้นภาพถั่วลิสงและกุ้งจึงถูกจัดวางในจานด้านซ้ายบน ให้อยู่ใต้คำว่า "ข้าวเม่าหมี่" ไม่หนีไปจากสายตาหลังอ่านข้อความ แล้วต่อท้ายด้วยคำว่า "รับส่วนลด 11% CODE: RIN1112" ตอกย้ำให้จดจำว่ามีส่วนลดโปรโมชั่นในแคมเปญนี้ โดยมีเลข 11 ตัวใหญ่ๆ เป็นตัวเน้นย้ำ
สังเกตได้อีกอย่างหนึ่งว่ามีการจัดจานภาชนะรองรับด้วยใบตอง เพื่อเพิ่มบรรยากาศความเป็นธรรมชาติออแกนิค ให้ความรู้สึกสดสะอาด น่าทาน มองแล้วสบายตา
และด้วยว่าภาพนี้เน้นไปที่ตัวสินค้าและโปรโมชั่นเป็นประเด็นหลัก แบรนด์โลโก้ รินขนมไทย จึงถูกย้ายมาอยู่มุมซ้ายล่าง เพื่อลดความสนใจลง ให้ไปสนใจที่ข้อความ, ภาพ และ โปรโมชั่นมากกว่านั่นเองครับ
ภาพวัตถุดิบเยอะน่ากินแบบนี้ ผลลัพธ์เป็นยังไงบ้าง เหมือนเดิมครับ ค่า CTR (อัตราการคลิก) สูงถึง 1.06% ส่วนตัวเลข CPC (ราคาต่อคลิก) อยู่ที่ 1.47 บาท จัดว่าถูกอยู่ดีเหมือนเทียบค่าเฉลี่ยในตลาด

5. ชิ้นงานโฆษณา เข้าทางแม่แค่มีรินติดมือไป

ชื่อภาพจริงๆ ของแอดชิ้นนี้คือ "ริน ชื่อนี้ใครก็ๆ รู้จัก" ที่ต้องการจะบอกถึงความเก่าแก่ของแบรนด์ว่ามีมานาน เป็นที่รู้จักของคอขนมไทย ดังนั้นข้อความ "เข้าทางแม่แค่มีรินติดมือไป" เลยถูกกำหนดเป็น Key message มาล้อกับประเด็นนี้ เพื่อให้รู้สึกนึกถึงธรรมเนียมไทย ที่ไปเยี่ยมผู้ใหญ่ ต้องเอาของอร่อยไปฝาก
การจะนำเสนอขนมถั่วตัดให้ได้ความรู้สึกน่าทาน เลยต้องงัดส่วนประกอบออกมาโชว์กันเลย ว่าทำจากถั่วลิสง น้ำตาลมะพร้าว งาขาวคั่ว โดยถ้าสังเกตกันดีๆ จะเห็นว่าวัตถุดิบที่มีขนาดเล็กๆ จะอยู่มุมซ้ายบน ใต้แบรนด์โลโก้ "รินขนมไทย" เพื่อให้โลโก้โดดเด่นกว่า
ส่วนวัตถุดิบถั่วลิสงที่มีขนาดใหญ่เห็นชัด จะถูกวางให้อยู่ใต้คำว่า "เข้าทางแม่แค่มีรินติดมือไป" ซึ่งเป็นจิตวิทยาที่ต้องการให้อ่านไปด้วย มองภาพไปด้วยพร้อมกัน ได้จินตนาการถึงรสชาติของส่วนประกอบทั้งหมด
ดังนั้นภาพขนมถั่วตัดแบบเต็มๆ ที่เรียงที่ถูกวางซ้อนกันอย่างมีระเบียบจึงเหมือนเป็นบทสรุปของส่วนประกอบทั้งหมด ชวนให้เกิดความสนใจและน่าลิ้มลองรับประทานในท้ายที่สุด
เราลองไปดูเลยดีกว่าว่าถั่วตัดที่เข้าทางแม่ ด้วยภาพส่วนประกอบชัดๆ แบบนี้จะได้เรื่องได้ราวไหม ผลลัพธ์ที่ได้คือตัวเลขค่า CTR (อัตราการคลิก) สูงถึง 1.25% ขณะที่ค่า CPC (ราคาต่อคลิก) ยังคุมต้นทุนไว้ได้ต่ำแค่ 0.63 บาทเท่านั้น สุดยอดเลยไหมครับ

6. ชิ้นงานโฆษณา ตรุษจีนรินมีขนมเข่งแน่นหนุบหนับ

แอดตัวนี้มีความพิเศษอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือข้อความ" แน่นหนุบหนับ" ที่อ่านผ่านๆ เหมือนไม่อะไร แต่จริงๆ มีนัยยะที่ชวนให้ลูกค้าต้องกลืนน้ำลายได้ เพราะเรามักจะพบกันบ่อยๆ ว่าขนมเข่งมักแห้งและแข็ง เป็นการพรีเซ้นท์ว่าขนมเข่งของรินไม่ใช่แบบนั้น
ตรงส่วนของข้อความขึ้นต้นด้วยคำว่า "ตรุษจีน" เพื่อเปิดเรื่องให้รู้เลยว่าเกี่ยวข้องกับเทศกาลตรุษจีน แล้วเรียงด้วย "รินมีขนมเข่ง" เข้าใจได้ทันทีว่าแบรนด์รินทำขนมเข่งขาย
และด้วยความที่อยากจะเน้นว่า "แน่นหนุบหนับ" นี่แหละ เลยทำให้ข้อความนี้ต้องใหญ่เป็นพิเศษ ให้สมกับคำว่าหนุบหนับแบบเต็มที่ โดยมีภาพขนมเข่ง 3 อันเรียงแถว เอาให้ใหญ่เต็มจอเหมือนกัน สื่อถึงความใหญ่ของขนมเข่ง
โดยให้ภาพกราฟฟิคการ์ตูนที่เป็นโคมแดงและเด็กหญิงชุดกี่เพ้าเป็นส่วนประกอบที่บอกให้รู้ว่าอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน แล้วปิดท้ายให้แบรนด์โลโก้ "รินขนมไทย" ไปอยู่ที่มุมบนขวาสุด และให้ความรู้สึกเสมือนว่าถูกแขวนเรียงตามโคมแดงด้วยเช่นกัน
ทีนี้เรามาดูผลลัพธ์กันหน่อยว่าการพรีเซ้นท์ความหนุบหนับนี้เวิร์คแค่ไหน คำตอบที่ได้คือค่า CTR (อัตราการคลิก) สูง 1.10% และค่า CPC (ราคาต่อคลิก) ก็ยังประหยัดได้อีก อยู่ที่ 0.61 บาทเท่านั้นเอง

หากเราอ่านรายละเอียดมาจนถึงตอนนี้แล้ว คงเข้าใจแล้วว่าการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพว่ามีผล ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและผลประกอบการทางธุรกิจอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาว SME ที่มีทรัพยากรจำกัด หากออกแบบภาพข้อความโฆษณาได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ในยุคดิจิทัลที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน
แต่ปัญหาที่หลายธุรกิจต้องเผชิญคือ เมื่อลงมือปฏิบัติเอง กลับไม่รู้จะเริ่มต้นจากจุดไหน กำหนด Key Message ไม่เป็น ไม่แน่ใจว่าอะไรสำคัญและไม่สำคัญ หรือแม้แต่การจัดองค์ประกอบให้ถูกต้องตามหลักการ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้องยอมรับว่าการสร้างคอนเทนต์คุณภาพนั้นเป็นเรื่องยาก และยังทำมันได้ไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของการโฆษณาและการเข้าถึงลูกค้า
ลองนึกถึงผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจากการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูง อย่าง แคมเปญโฆษณาของร้าน “รินขนมไทย” ซึ่งทำให้ทั้งแคมเปญมีค่า CPC เฉลี่ยเพียง 1.92 บาท ถูกกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดถึง 1.5 เท่า และมี CTR เฉลี่ยสูงถึง 1.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดตั้งแต่ 2.5 เท่า ส่งผลให้ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่และดึงลูกค้ามาจากคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน
พอมาเห็นแบบนี้ เชื่อได้เลยว่าพวกเราน่าจะคิดอยู่ในใจว่าภาพโฆษณาในเคสนี้ มันช่างดูเรียบง่ายเหลือเกิน ดูไม่น่าจะคิดยากทำยากเลย แต่ทำไมพอมาคิดคอนเทนต์โฆษณาของตัวเอง เราถึงไม่สามารถคิดอะไรให้ออกมาเรียบง่ายแต่กระแทกใจลูกค้าได้แบบนี้นะ แต่อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้สามารถตีโจทย์ความต้องการของลูกค้า จนกลายออกมาเป็นแอดที่ดีมากขนาดนี้
เรื่องการคิดสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อทำแอดโฆษณา ประสบการณ์น่าจะช่วยพวกเราได้ครับ คือทำเรื่อย ๆ ทำบ่อย ๆ มันจะเริ่มเข้าใจ และเห็นวิธีการที่เป็นหลักการเพื่อเอาไปทำซ้ำได้บ่อย ๆ ได้กับสินค้าของเรา
แต่ธุรกิจไหนเล่า จะมีต้นทุนสายป่านยาวพอที่จะลองผิดลองถูกได้นานขนาดนั้น เมื่อธุรกิจต้องมีรายได้ มีกำไร ดังนั้น การลงทุนทำแอดโฆษณา และงบในการลงโฆษณา มันต้องสะท้อนกลับมาเป็นยอดขายให้กับธุรกิจได้ทันที ไม่สามารถลองผิดลองถูกได้เรื่อยๆ
ทางออกของเรื่องนี้ก็คือ พวกเราต้องหาผู้รู้จริง ที่มีประสบการณ์ตรงมาช่วยแนะนำ ที่สำคัญคือ คนที่รู้เรื่องเหล่านี้ต้องเป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดและอธิบายให้ง่ายเป็นด้วย เพราะมันจะช่วยให้พวกเราสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ทันที

ข่าวดีครับ ตอนนี้นินจาการตลาด SME need to know ในฐานะที่เป็นเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์เรื่องการสร้างคอนเทนต์คุณภาพ พร้อมกับที่เป็นสถาบันการสอนที่ให้ความรู้กับธุรกิจในด้านการสื่อสารการตลาด ได้เปิดคอร์สการสร้างคอนเทนต์สำหรับธุรกิจจากทีมนักการตลาดมืออาชีพ
คอร์สนี้จะสอนกลยุทธ์ในการเลือกและเทคนิคการออกแบบอาร์ตเวิร์ต พร้อมเนื้อหาแคปชั่นสำหรับโฆษณา โดยเน้นการสร้างภาพอาร์ตเวิร์กสำหรับการโฆษณาขายสินค้า รวมถึงแนวทางการสร้างสรรค์ไอเดียเพื่อให้เป้าหมายดีขึ้นเท่าตัว และการสร้างภาพที่ช่วยให้ต้นทุนต่อคลิกและ CTR ดีขึ้นเป็นเท่าตัว
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพในทุกขั้นตอน ไล่ตั้งแต่:
- การเลือกใช้ Key Message ที่โดนใจและดีกว่าคู่แข่ง ช่วยสร้างจุดขายที่แตกต่างและน่าสนใจ
- การวางโครงสร้าง Purchase Funnel และเลือกประเภทคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับแต่ละขั้น ตอน
- การจัดองค์ประกอบคอนเทนต์ตามหลักจิตวิทยา ดึงดูดสายตาและกระตุ้นความสนใจได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
- การสร้างภาพจำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้อย่างแม่นยำและคงทนถาวร
เมื่อเรามีความรู้ระดับมืออาชีพจากหลักสูตรนี้ เราจะสามารถพลิกผลลัพธ์จากการทำคอนเทนต์ของเราเองให้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ด้วยโอกาสที่จะบรรลุผลดังนี้:
- อัตราคลิกสูงกว่าปกติถึง 2 เท่า
- ประหยัดต้นทุนโฆษณาลงได้ถึง 25%
- เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุดถึง 2 เท่า
หากคุณมีสินค้าที่ดี พร้อมส่งถึงมือลูกค้า แต่ไม่รู้จะโพสต์คอนเทนต์ขายอย่างไรให้เข้าถึงใจลูกค้าได้ คอร์สนี้จะช่วยให้คุณสามารถสร้างคอนเทนต์โฆษณาได้ตรงกับกลุ่มลูกค้าของคุณ ได้ Key Message ที่นำมาใช้กระตุ้นลูกค้าให้หยุดดู และสร้างโอกาสการขายได้