
คงเข้าใจดีนะครับว่าการแข่งขันในวงการธุรกิจรุนแรงแค่ไหน มีแบรนด์และร้านค้าใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายในทุกวัน ทำให้แต่ละร้านต้องดิ้นรนแย่งชิงความสนใจจากลูกค้าอย่างสุดกำลัง
บางร้านตั้งเป้าหมายสูงว่าจะต้องเป็นร้านขายดีที่สุดในวงการ แต่บางร้านก็หวังเพียงขายของได้อยู่รอด ขอแค่ไม่ต้องขาดทุนก็พอใจมากแล้ว
หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้แบรนด์ของเราเหนือคู่แข่งนอกเหนือจากการลดต้นทุนแล้ว ก็คือการสร้างความแตกต่างและทำให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ของคุณได้ง่ายกว่า นั่นคือการสร้างคอนเทนต์คุณภาพที่น่าสนใจ ดึงดูดใจผู้ชม และทำให้คนจดจำแบรนด์ได้อย่างง่ายดาย
แต่การสร้างคอนเทนต์ที่ดีนั้นบางทีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ หลาย ๆ แบรนด์พยายามสร้างคอนเทนต์ให้ดี แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ เจอปัญหาต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการยัดใส่ข้อมูลมากเกินไปจนเข้าใจได้ยาก การเลือกใช้เนื้อหาไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย หรือขาดจุดเด่นที่จะทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ง่าย ๆ
และนี่คือกรณีศึกษาจริงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการสร้างคอนเทนต์คุณภาพ ด้วยแคมเปญโฆษณาที่มีเป้าหมายให้ลูกค้าใหม่มาใช้บริการออมทองของ "ห้างทองพันชั่งแปดริ้ว"
ซึ่งเป็นทั้งลูกศิษย์และลูกค้าของเราที่ให้ความไว้วางใจให้ทีมงาน นินจาการตลาด SME Need to Know เป็นที่ปรึกษาและช่วยสร้างสรรค์และผลิตคอนเทนต์ จนสามารถสร้างตัวเลขอัตราการคลิก CTR สูงเป็นสถิติใหม่ ขณะที่ต้นทุน CPC กลับลดต่ำลงอย่างน่าประทับใจ
ผลลัพธ์เหล่านี้มาจากการออกแบบคอนเทนต์อย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงจิตวิทยาการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย และหลักการสร้างสรรค์งานดีไซน์ Key Visual ที่ดึงดูดสายตาและสื่อสารได้อย่างแม่นยำ ไปพร้อม ๆ กับการเลือกใช้ Key Message ที่โดนใจและทรงพลังกว่าคู่แข่งขันในธุรกิจเดียวกัน
เราจะพาไปดู 4 ตัวอย่างภาพโฆษณา จากแคมเปญออมทองของห้างทองพันชั่งแปดริ้ว และวิเคราะห์ให้เห็นถึงจุดเด่นและกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ ไปดูกันเลยครับ
1. ภาพโฆษณา เลิกงานดึกไม่ใช่ปัญหา ออมทองได้ทุกเวลา

เรามาเริ่มกันที่ตัวอย่างแรกกับภาพโฆษณา "เลิกงานดึกไม่ใช่ปัญหา ออมทองได้ทุกเวลา"
ภาพนี้โดดเด่นที่ภาพบรรยากาศตลาดสดกลางคืนเป็นฉากหลัง และรูปผู้หญิงที่แต่งตัวแบบแม่ค้าตลาด ทำท่าประหลาดใจเหมือนกำลังเห็นภาพโฆษณาชิ้นนี้อยู่ เป็นการสร้างความรู้สึกร่วมในกรณีที่ผู้ชมโฆษณาเป็นกลุ่มอาชีพนี้
ทีนี้พอมาประกอบกับ Key Message หลัก "เลิกงานดึกไม่ใช่ปัญหา ออมทองได้ทุกเวลา" เลยทำให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าสามารถเข้าใจได้มากขึ้น ว่าการออมทองสามารถทำได้ทุกเวลา
แต่ด้วยความที่ภาพบรรยากาศตลาดสดกินพื้นที่เกือบทั้งภาพ ทำให้ข้อความต้องมีท้องฟ้าเป็นพื้นที่ว่างที่เป็น Clear Space มากขึ้น และการใช้โทนสีแดงกับพื้นที่ด้านมืดและโทนสีเหลืองในพื้นที่ด้านสว่างเพื่อให้มีความสมดุลของภาพในแง่แสงและเงา
และข้อความ “ออมทอง” มีการใช้ฟ้อนต์สีเหลืองทอง เพื่อทำให้รู้สึกได้ถึงทองคำ เข้าใจง่ายได้ในทันทีด้วยนั่นเองครับ
เอาละ ลองดูกันครับว่าผลลัพธ์ของแอดสาวตลาดสดนี้เป็นอย่างไรบ้าง คำตอบก็คือ ตัวเลข CTR (อัตราการคลิก) อยู่คือ 0.73% ราคา CPC (ราคาต่อคลิก) ที่ 1.15 บาทเท่านั้น ราคาต่อคลิกต่ำกว่าราคาตลาดที่เฉลี่ย 2-3 บาท แน่นอนว่าต้นทุนการโฆษณาเลยลดลงอย่างชัดเจน
2. ภาพโฆษณา ออมทองได้แม้เงินน้อย

คราวนี้มาลองวิเคราะห์กันที่ภาพโฆษณา "ออมทองได้แม้เงินน้อย" กันต่อเลยครับ
ความโดดเด่นแรกของภาพคือการเรียงเหรียญบาทให้เป็นแถว บ่งบอกถึงการสะสมหรือออมเงิน และข้อความ "ออมทองได้แม้เงินน้อย" ช่วยทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจได้ไม่ยาก ว่าการออมทองจากเหรียญไม่กี่บาทกลายเป็นทองคำที่มีมูลค่าได้
ความที่แถวเหรียญบาทกินพื้นที่ไปครึ่งภาพแล้ว จึงไม่สามารถยัดอะไรได้มาก แต่ก็เข้าใจได้แล้วจากภาพ ประโยคคำว่า"ไม่จำกัดเงินขั้นต่ำในการออม" จึงเป็นส่วนอธิบายโฆษณาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมีคำอะไรไปมากกว่านี้
โดยการที่แบรนด์โลโก้อยู่ในตำแหน่งต่อท้ายจากข้อความ เป็นการลำดับภาพตามธรรมชาติสายตาที่มองจากซ้ายไปขวา
นอกจากนี้ยังมีการเบลอภาพคนเสื้อชมพู เพื่อตัดความสนใจที่ไม่จำเป็นออกไป ให้คงไว้แต่ส่วนที่ต้องการนำเสนอให้เด่นชัด
นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าเรียบง่าย แต่ร้ายกว่าที่คิด เพราะตัวเลข CTR (อัตราการคลิก) อยู่คือ 0.52% ราคา CPC (ราคาต่อคลิก) อยู่ที่ 1.29 บาทเท่านั้น ซึ่งก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต้นทุนของตลาดทั้งหมดที่โฆษณาทั่ว ๆ ไปทำได้กันอยู่ 2-3 เท่าตัวเช่นกัน
3. ภาพโฆษณา ออมทองเพื่อผลกำไรในอนาคต

ในภาพโฆษณา "ออมทองเพื่อผลกำไรในอนาคต" สิ่งแรกที่คนเราจะมองก็คือเด็กผู้หญิงหยอดเหรียญกระปุกสีชมพูที่มีคำว่า "Saving" สื่อให้เข้าใจได้ในทันทีว่าโฆษณาพูดถึงเรื่องการออมเงินจากเหรียญที่สะสม
ลูกค้าบางคนอาจจะมองเห็นรูปเด็กผู้หญิงก่อน ก็จะโฟกัสไปที่การหยอดเหรียญและเห็นคำว่า "เปลี่ยนเงิน 1 บาท เป็นทอง 1 บาท" ที่ทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเงินไม่กี่บาท สามารถกลายเป็นของที่มีมูลค่าได้ถ้ารู้จักออม
แต่บางคนก็อาจจะมองเห็นคำว่า "ออมทอง เพื่อผลกำไรให้อนาคต" ก่อนก็ได้เหมือนกันนะครับ แล้วค่อยไปมองเด็กผู้หญิงที่หยอดกระปุก เพราะแต่ละคนมองเห็นแว้บแรกแตกต่างกัน อาจจะเป็นภาพหรือตัวอักษร
แต่ไม่ว่าจะเริ่มจากตรงไหน สุดท้ายก็จบด้วยการอ่านทบทวนที่คำว่า "ออมทอง เพื่อผลกำไรให้อนาคต" เป็นการตอกย้ำให้คิดถึงเรื่องของการออมทอง และจดจำภาพโลโก้แบรนด์จากมุมซ้ายบนได้ครบถ้วนเหมือนกัน
และผลลัพธ์ที่ได้จากภาพหนูน้อยหยอดกระปุกนี้ คือตัวเลข CTR (อัตราการคลิก) อยู่คือ 0.28% และมีราคา CPC (ราคาต่อคลิก) ที่ 1.39 บาทเท่านั้น ถือว่าถูกมากสุดๆ
4. ภาพโฆษณา ปีใหม่สุดปัง ห้างทองพันชั่งแปดริ้ว

ไปที่ภาพโฆษณา “ปีใหม่สุดปัง ห้างทองพันชั่งแปดริ้ว” ที่พูดถึงโปรโมชั่นของร้าน ดังนั้นส่วนที่โดดเด่นของภาพนี้จะอยู่ที่คำว่า "ลุ้นส่วนลดสูงสุด 80%" โดยเน้นไปที่ตัวเลข 80% ให้ใหญ่ชัดเจน เพื่อสื่อถึงส่วนลดในช่วงแคมเปญนี้ และเน้นให้ตัวเลข 80% เป็นสีทองสื่อถึงทองคำที่มีมูลค่า
เช่นกันกับภาพประกอบที่เป็นทองรูปพรรณ มีการเบลอภาพลงไปบางส่วน เพื่อให้ข้อความมีความโดดเด่นมากกว่า ช่วยให้อ่านได้ง่าย เข้าใจเรื่องราวได้ทันที
แต่สังเกตนะครับจะเห็นว่าแบรนด์โลโก้ ห้างทองพันชั่งแปดริ้ว ถูกลดความสำคัญลงไปให้มีขนาดเล็กลง แต่ปรับให้ข้อความที่เหลือมีขนาดใหญ่กว่า ทั้งคำว่า"ปีใหม่สุดปัง" ที่อยู่กึ่งกลางด้านบน" และคำว่า "ลุ้นส่วนลดสูงสุด 80%" เพื่อต้องการให้กลุ่มเป้าหมายเน้นอ่านข้อความทั้งหมดจนจบ
โปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ จำเป็นต้องมีระยะเวลาที่ชัดเจน ดังนั้นข้อความ "ห้างทองพันชั่งแปดริ้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 18-30 ธันวาคม 2566" เลยอยู่ที่พื้นที่ตรงกลางด้านบน เพื่อบอกรายละเอียดว่าระยะเวลาของโปรโมชั่นว่าจะเริ่มต้นเมื่อไหร่และสิ้นสุดวันไหน ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในภาพนี้
ทีนี้เราไปดูผลลัพธ์กันครับ เพราะภาพโปรโมชั่นนี้มีตัวเลข CTR (อัตราการคลิก) อยู่คือ 0.97% และมีราคา CPC (ราคาต่อคลิก) ที่ 1.86 บาทเท่านั้น ขนาดว่าเป็นแอดโฆษณาที่เน้นการขายของเป็นหลัก ที่โดยปกติแล้วต้นทุนมักจะสูงกว่าแอดโฆษณาที่เป็นเชิงสร้างการรับรู้ทั่วไป ซึ่งก็ยังนับว่าต่ำกว่าราคาตลาดที่เฉลี่ย 2-3 บาทอยู่อีก แน่นอนครับว่าแอดที่เน้นขายของชิ้นนี้ สามารถลดต้นทุนค่าโฆษณาลงไปพอสมควร ดีกว่าแอดที่เน้นขายของปกติทั่วไป
5. ภาพโฆษณา ออมทองผลตอบแทนกำไรสูง

“ภาพโฆษณาการออมทองได้กำไรกว่าที่คิด” เชื่อว่าใครเห็นแว้บแรกก็คงรู้สึกได้เลยว่า ฉากหลังที่เป็นทองคำแท่งมันช่างจ้าซะเหลือเกิน กลายเป็นจุดดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดเลยก็ว่าได้ของภาพนี้ เห็นก็รู้เลยว่านี่โฆษณาร้านทองแน่ๆ
ถัดมาคือโลโก้แบรนด์ที่วางอยู่กึ่งกลางด้านบนของภาพอย่างชัดเจน ทำให้รู้เลยว่านี่คือโฆษณาของแบรนด์ห้างทองพันชั่งแปดริ้ว
ต่อมาข้อความ "ออมทอง ผลตอบแทน กำไรสูง" ที่เรียงลงมาทีละบรรทัด ทำให้อ่านง่ายและเข้าใจได้ทันที แถมยังมีการเน้นย้ำคำว่า "สูง" เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าการออมทองจะได้ผลตอบแทนที่สูงมากจริงๆ
และฟ้อนต์คำว่าสูงลากมาเชื่อมกับประโยคสโลแกน "ห้างทองพันชั่งแปดริ้ว สนับสนุนให้คนไทยรักการออม" ที่อยู่มุมซ้ายล่าง ทำให้เนื้อหามีความต่อเนื่อง อ่านได้ครบตั้งแต่บนสุดไปจนถึงล่างสุดของภาพ
นอกจากนั้นตัวอักษรและสีที่ใช้ในข้อความก็ถูกกำหนดให้เป็นไปตาม CI ของแบรนด์ ทำให้เกิดภาพจำที่ถูกต้องและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์
เชื่อไหมครับว่า ภาพโฆษณาทองแท่งอร่ามตัวนี้มีตัวเลข CTR (อัตราการคลิก) ที่น่าสนใจคือ 3.73% อ่านไม่ผิดครับ ตัวเลขนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก ๆ นะครับ ถ้าคอนเทนต์ไม่ดีจริง ๆ ไม่มีทางเกิน 2% ด้วยซ้ำไป ซึ่งสูงกว่า %CTR เฉลี่ยในตลาดกว่า 500% เลย ยิ่งถ้ามาดูราคา CPC (ราคาต่อคลิก) ที่ได้ต่ำลงมาถึง 0.59 บาทเท่านั้น คือถูกกว่าปกติถึง 6-7 เท่าเลยทีเดียว ลดต้นทุนค่าโฆษณาได้อย่างมาก กลายเป็นแอดตัวชูโรงสุดๆ ของแคมเปญนี้ไปเลยครับ

หากเราอ่านรายละเอียดมาจนถึงตอนนี้แล้ว คงเข้าใจและสัมผัสได้ถึงพลังของคอนเทนต์ที่มีคุณภาพว่ามีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและผลประกอบการทางธุรกิจ หากออกแบบภาพข้อความโฆษณาได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก
แต่หากเราเป็นคนที่เมื่อลงมือปฏิบัติเอง แล้วกลับไม่รู้จะเริ่มต้นจากจุดไหน กำหนด Key Message ไม่เป็น ไม่แน่ใจว่าอะไรสำคัญและไม่สำคัญ หรือแม้แต่การจัดองค์ประกอบให้ถูกต้องตามหลักการ เราคงต้องยอมรับว่าการสร้างคอนเทนต์คุณภาพนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับเรา และเรายังทำมันได้ไม่ถูกต้อง
ลองนึกถึงผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจากการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูง อย่าง แคมเปญโฆษณาของห้างทองพันชั่งแปดริ้ว ซึ่งทำให้ทั้งแคมเปญมีค่า CPC เฉลี่ยเพียง 1.27 บาท ถูกกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดถึง 1.5 เท่า และมี CTR เฉลี่ยสูงถึง 1.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดตั้งแต่ 2.5 เท่า ส่งผลให้ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่และดึงลูกค้ามาจากคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน
พอมาเห็นแบบนี้ เชื่อได้เลยว่าพวกเราน่าจะคิดอยู่ในใจว่าภาพโฆษณาในเคสนี้ มันช่างดูเรียบง่ายเหลือเกิน ดูไม่น่าจะคิดยากทำยากเลย แต่ทำไมพอมาคิดคอนเทนต์โฆษณาของตัวเอง เราถึงไม่สามารถคิดอะไรให้ออกมาเรียบง่ายแต่กระแทกใจลูกค้าได้แบบนี้นะ
แล้วก็อยากลืมด้วยว่าคอนเทนต์ร้านค้าทองคำ ไม่ใช่คอนเทนต์ที่มีตัวอย่างให้ได้ดู ให้ได้เปรียบเทียบ หรือทำตามเหมือนกับสินค้าอุปโภค/ บริโภคโดยทั่วไปด้วยนะ อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้สามารถตีโจทย์ความต้องการของลูกค้า จนกลายออกมาเป็นแอดได้ดีมากขนาดนี้ (ไม่ได้ดีแค่คอนเทนต์เดียวด้วยนะ ดีมันแทบทุกตัวเลย)

เรื่องการคิดสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อทำแอดโฆษณา ประสบการณ์น่าจะช่วยพวกเราได้ครับ คือทำเรื่อย ๆ ทำบ่อย ๆ มันจะเริ่มเข้าใจ และเห็นวิธีการที่เป็นหลักการเพื่อเอาไปทำซ้ำได้บ่อย ๆ ได้กับสินค้าของเรา
แต่ธุรกิจไหนเล่า จะมีต้นทุนสายป่านยาวพอที่จะลองผิดลองถูกได้นานขนาดนั้น เมื่อธุรกิจต้องมีรายได้ มีกำไร ดังนั้น การลงทุนทำแอดโฆษณา และงบในการลงโฆษณา มันต้องสะท้อนกลับมาเป็นยอดขายให้กับธุรกิจได้ทันที ไม่สามารถลองผิดลองถูกได้เรื่อย ๆ
ทางออกของเรื่องนี้ก็คือ พวกเราต้องหาผู้รู้จริง ที่มีประสบการณ์ตรงมาช่วยแนะนำ ที่สำคัญคือ คนที่รู้เรื่องเหล่านี้ต้องเป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดและอธิบายให้ง่ายเป็นด้วย เพราะมันจะช่วยให้พวกเราสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ทันที
ข่าวดีครับ ตอนนี้นินจากการตลาด SME need to know ในฐานะที่เป็นเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์เรื่องการสร้างคอนเทนต์คุณภาพดังตัวอย่างผลลัพธ์หนึ่งในเคสที่เราเคยได้ทำมาอย่างยาวนาน ตามของเนื้อหาในครั้งนี้ พร้อมกับที่นินจาการตลาด SME nedd to know เป็นสถาบันการสอนที่ให้ความรู้กับธุรกิจในด้านการสื่อสารการตลาดอีกด้วย
และด้วยความตั้งใจที่อยากให้ SME ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จากที่เคยล้มเหลว หรือล้มบ้างลุกบ้าง แต่ก็ยังหาจุดจับจริง ๆ ของเทคนิคการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพไม่เจอ
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของพวกเราแล้วนะครับ ตอนนี้ นินจาการตลาด SME need to know เปิดคอร์สการสร้างคอนเทนต์สำหรับธุรกิจจากทีมนักการตลาดมืออาชีพ ซึ่งรวบรวมความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับเอเจนซี่ พวกเราจะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพในทุกขั้นตอน ไล่ตั้งแต่
- การเลือกใช้ Key Message ที่โดนใจและดีกว่าคู่แข่ง ช่วยสร้างจุดขายที่แตกต่างและน่าสนใจ
- การวางโครงสร้าง Purchase Funnel และเลือกประเภทคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับแต่ละขั้นตอน
- การจัดองค์ประกอบคอนเทนต์ตามหลักจิตวิทยา ดึงดูดสายตาและกระตุ้นความสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การสร้างภาพจำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้อย่างแม่นยำและคงทนถาวร
เมื่อเรามีความรู้ระดับมืออาชีพจากหลักสูตรนี้ เราจะสามารถพลิกผลลัพธ์จากการทำคอนเทนต์ของเราเองให้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ด้วยโอกาสที่จะบรรลุผลดังนี้
- อัตราคลิกสูงกว่าปกติถึง 2 เท่า
- ประหยัดต้นทุนโฆษณาลงได้ถึง 25%
- เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุดถึง 2 เท่า
เหมือนที่ทีมงาน นินจาการตลาด SME need to know ของเราเคยทำให้กับห้างทองพันชั่งแปดริ้ว รวมถึงลูกค้าอื่น ๆ จนประสบความสำเร็จอย่างสูงนั่นแหละครับ
หากต้องการสร้างคอนเทนต์คุณภาพในระดับเอเจนซี่มืออาชีพ พร้อมทั้งเคล็ดลับและผลงานตัวอย่างจากผู้เชี่ยวชาญการตลาด กดลงทะเบียนเรียนคอร์สได้ที่ลิงก์นี้...
.
หากมีคำถามใดสอบถามได้ทันที SME need to know พร้อมให้คำปรึกษาฟรี เพราะนี่คือโอกาสที่เราจะได้ยกระดับการตลาดให้แอดวานซ์ไปอีกขั้นของการทำโฆษณา
