
บทความนี้รวบรวมปัญหาใหญ่ 5 อันดับแรก ๆ ที่ธุรกิจเจอกันบ่อยที่สุด ซึ่งมันทำให้สะดุดเรื่องผลลัพธ์การยิงโฆษณา เพราะคอนเทนต์นั้นมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการเลือกกลุ่มเป้าหมายด้วยซ้ำ
ก่อนอ่าน... พวกเรากดติดตาม
LINE OA: @smeneedtoknow
เพื่ออัปเดตความรู้อื่น ๆ แล้วหรือยัง?
จากประสบการณ์ที่เป็นทั้งเอเจนซี่และเป็นทั้งเทรนเนอร์ให้กับธุรกิจที่ต้องเจียดงบประมาณมาทำโฆษณาบนสื่อโซเซียลมีเดียกัน ไล่ตั้งแต่ Facebook Ads, LINE Ads, Google Ads เป็นต้น
เห็นมาโดยตลอดว่านอกจากเรื่องการ Setting ต่าง ๆ ที่ธุรกิจต้องรู้และทำให้เป็นแล้ว มันยังมีเรื่องของคอนเทนต์ที่พูดได้เลยว่าโคตรสำคัญ...
แต่ "คอนเทนต์" กลับกลายเป็นประเด็นที่หลายธุรกิจมองข้าม
.
ไม่สิ จะพูดว่ามองข้ามเลยก็ไม่ถูกซะทีเดียว จริง ๆ ทุกธุรกิจรู้ดีว่าคอนเทนต์เป็นตัวแปรหลักสำคัญตัวหนึ่งของผลลัพธ์การโฆษณา เพราะถ้าต่อให้เซ็ตกลุ่มเป้าหมาย หรือกลยุทธ์การ Bid เสนอราคาได้ดีแค่ไหน ถ้าคอนเทนต์ "ห่วย" แล้วละก็ ที่พยายามไปหาเทคนิคการเซ็ตโฆษณาขั้นเทพชั้นไหนมา สุดท้ายก็จะตายเพราะคอนเทนต์ห่วยอยู่ดี
และเหล่านี้คือ List ของปัญหาของธุรกิจที่มักจะล้มเหลวเรื่องการยิงโฆษณา จากการเลือกใช้คอนเทนต์ที่ผิด ซึ่งถ้าหากใครกำลังเจอ สัก 2 - 3 ข้อ ใน 5 ข้อทั้งหมดนี้ บอกเลยต้องรีบขยับตัวด่วน

1. เลือก Key Message ไม่ชนะใจลูกค้ามาใช้
วลีหรือข้อความที่แสดงอยู่บนภาพ ถือว่าเป็นด่านแรกเลยที่จะช่วยเตะสายตาลูกค้า ซึ่งนั่นจะตัดสินว่า จะหยุดดูหรือไม่
.
แล้วหลังจากนั้น สายตาของลูกค้าก็จะมองภาพหรือภาพรวมอื่น ๆ ต่อไป
.
ดังนั้นหากเราเขียน Key Message ที่จะขึ้นแสดงเป็น Text Overlay บนภาพได้อย่างไม่เหมาะสมแล้ว โอกาสที่จะทำให้ลูกค้าหยุดดู หายไปเลยกว่า 80%
.
ซึ่งนั้นหมายถึงโอกาสที่ลูกค้าจะรู้ว่าเรากำลังจะสื่ออะไร ขายอะไร มันก็ยากแล้วสิ


2. ยัดทุกเรื่องลงในอาร์ตเวิร์กของแอด
ส่วนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดแบบไหนดีมาแสดงเป็น Text Overay บนอาร์ตเวิร์ก เพราะธุรกิจอยากบอกทุกอย่างที่คิดว่าทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อทันที ไอนั่นก็ได้ ไอนี่ก็ดี เลยยัดทุกอย่างเข้าไปในภาพหมด
.
ผลลัพธ์คือ รก สิครับ กลายเป็นอาร์ตเวิร์กที่เต็มไปด้วยข้อความ ทั้ง ชื่อสินค้า, ชื่อรุ่น, ชื่อแบรนด์, รายละเอียดสินค้าแบบละเอียดยิบ, ราคา, โปรโมชั่น, ชื่อช่องทุกช่องบนโซเชียลมีเดีย, แถมมี QRcode อีก
.
นี่แหละ คือต้นเหตุที่ลูกค้าจะปัดนิ้ว เลื่อนทิ้งคอนเทนต์ของเราไป


3. ไม่รู้ว่าควรเลือกภาพแบบไหนมาใช้ในการยิงโฆษณา
เอาภาพสินค้ามุมไหนดี วางภาพยังไงดี จัดองค์ประกอบภาพไม่เป็น แต่ก็ต้องรีบเข็นอาร์ตออกมาให้ไวที่สุด เพราะเจ้านายสั่งมา หรือต้องรีบขายสินค้านี้เพื่อรีบดันยอดให้ทันสิ้นเดือน
.
พอไม่รู้จะหยิบภาพอะไรมา บางทีก็ภาพยายามยัดภาพทุกอย่างให้รกไปหมด ไม่แพ้ข้อความ Text Overlay บนภาพเลย


4. ไม่รู้ Stage การนำเสนอตามหลัก Purchase Funnel
คือเรื่องของตัวภาพที่หยิบมาจัดองค์ประกอบกันในอาร์ตเวิร์กนี่แหละ ที่ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่เข้าใจวิธีการสื่อสารที่ถูกต้อง ก็เลยเลือกภาพที่ไม่เหมาะกับการโฆษณาใน Stage นั้น ๆ ที่กำลังเลือกสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอยู่
.
ซึ่งถ้าแยกไม่ออกว่า เรากำลังสื่อสารอยู่กับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใน Purchase Funnel Stage ไหนอยู่ เราก็จะหยิบภาพที่ไม่เหมาะมาใช้
.
เช่น เอาภาพที่อธิบายรายละเอียดเชิงลึกของสินค้ามา เพื่อโฆษณากับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ใช้สินค้าตัวนี้มาก่อนเลย ทั้งของแบรนด์เราเอง และของแบรนด์คู่แข่ง คือ พูดง่าย ๆ ว่า ไม่เคยเป็นลูกค้าของใครมาก่อนเลย
.
แต่อยู่ ๆ เราก็ยัดรายละเอียดสินค้าใส่มือลูกค้าไป แทนที่จะให้ข้อมูลที่พูดในมุมปัญหา เพื่อให้ลูกค้าตระหนักก่อนที่จะเจอรายละเอียดสินค้า ที่เขาไม่เคยรู้จักเลย
.
เป็นใคร ใครก็เลื่อนหนีครับ เพราะเขา ไม่สามารถตระหนักถึงได้ทัน


5. เปลี่ยนแนวภาพบ่อย จนไร้ภาพจำที่จะเป็น Brand Identity ของแบรนด์
เวลาลูกค้าเห็นภาพแอดโฆษณาของเรา แต่ละครั้งไม่เคยมีภาพจำเหมือนกันเลย พูดแบบนี้ไม่ได้หมายถึงการใช้อาร์ตเวิร์กเดียวกันซ้ำ ๆ นะครับ แต่หมายถึงการนำให้อาร์ตเวิร์กแอดของเราไปทำมันมีภาพจำที่ลูกค้าเห็นบ่อย ๆ ครั้งเข้า ก็จะจำได้เลยทันทีว่า นี่คือ สินค้าของใคร หรือถ้าจำชื่อไม่ได้ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องจำได้ว่า เคยเห็นโฆษณาสินค้าเหล่านี้มาแล้วบ่อยครั้ง
.
แต่สิ่งที่มักจะเป็นกันก็คือ ทำอาร์ตมาสิบตัว ลูกค้าเห็นอาร์ตนั้นบนแพลตฟอร์มที่เราโฆษณา แต่ลูกค้ากลับรู้สึกว่า เห็นอาร์ตโฆษณาจากแบรนด์สิบแบรนด์


ทั้งหมดนี่เป็น 5 ต้นเหตุสำคัญที่ทำไมธุรกิจถึงไม่ประสบความสำเร็จในการทำคอนเทนต์โฆษณา หากใครเจอปัญหาเหล่านี้อยู่แล้วอยากแก้ไขให้ได้ อยากให้ไปอ่านต่อกับวิธีแก้ไขเรื่องนี้กันครับ
