Skip to Content

5 หลัก จัดมาให้เหมาะ ช่วยเคาะคอนเทนต์แบบไหน ที่ธุรกิจควรเลือกใช้ในการยิงโฆษณา

10 มีนาคม ค.ศ. 2026 โดย
Few
| ยังไม่มีความคิดเห็น

เมื่อรู้อยู่ทั้งใจแล้ว ว่าคอนเทนต์เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โฆษณาเรามีประสิทธิภาพขึ้นได้ แล้วคอนเทนต์แบบไหนละที่เหมาะสมในการนำมาทำโฆษณา

ก่อนอ่าน... พวกเรากดติดตาม

LINE OA: @smeneedtoknow

เพื่ออัปเดตความรู้อื่น ๆ แล้วหรือยัง?

เพิ่มเพื่อน


จากเนื้อหาล่าสุดที่เพิ่งได้พูดถึงปัญหาหลักของธุรกิจเรื่องการทำคอนเทนต์สำหรับโฆษณา ใครยังไม่ได้อ่าน กลับไปอ่านได้ที่ลิงก์นี้นะครับ...

 

บทความนี้จะมาพูดถึแนวทางการแก้ไขปัญหานี้กัน โดยจะไล่คู่ขนานกับปัญหาจากเนื้อหาบทความที่แล้ว ประเด็นต่อประเด็นกันเลย จะได้ทำความเข้าใจกันง่ายขึ้น

ถ้าพร้อมล้ว เหล่านี้คือ List แนวทางของธุรกิจที่มีจะช่วยให้ได้คอนเทนต์สำหรับไปใช้ยิงแอดโฆษณาให้ได้มักได้ผลกันสักที

1. เลือก Key Message ที่ชนะใจลูกค้ามาใช้

หลักคิดเรื่องนี้ค่อนข้างง่ายนะครับ คือ ให้เรามองตัวแปร 3 ตัวหลักนี้

ได้แก่

 

  • ตัวเราเอง
  • คู่แข่ง
  • ลูกค้า

 

จับเอา 3 ตัวนี้มาวิเคราะห์ร่วมกันนะครับ เพื่อหา Winning Zone ให้ได้ คือ พูดวลีที่แสดงความโดดเด่นหรือเก่งของเรา โดยที่คู่แข่งไม่สามารถพูดตามได้ (ทั้งในวันนี้ และในเร็ววัน) และที่สำคัญ ลูกค้าต้องอยากฟังด้วย

  • ตัวเองเอง - พูดวลีที่แสดงความโดดเด่นหรือเก่งของเรา
  • คู่แข่ง - ไม่สามารถพูดตามได้ (ทั้งในวันนี้ และในเร็ววัน)
  • ลูกค้า - อยากฟังในสิ่งที่เราพูด

 

หาประเด็นให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะเยอะได้ ซึ่งมีเยอะดีกว่าไม่มีหรือมีน้อยนะครับ แล้วทำ List เอาไว้

.

ที่สำคัญ จำไว้ให้แม่นว่า มันจะต้องตอบโจทย์เงื่อนไขที่ระบุไว้ทั้ง 3 คน ทั้ง ตัวเราเอง, คู่แข่ง และลูกค้า

.

ไม่งั้น Key Message นี้ จะมีประสิทธิภาพต่ำหรือด้อยเกินไปที่จะนำมาใช้ในบางกลุ่มเป้าหมายได้

มีบทความนึงที่เขียนอธิบายเกี่ยวกับการหา Key Message เอาไว้ด้วยหลัก FABs อยากให้ลองตามไปอ่านกันดูครับ น่าจะทำให้ช่วยเรื่องนี้ได้ครับ

2. เลือกประเด็นหลักแค่เรื่องเดียวในภาพอาร์ตเวิร์ก

 

Key Message หรือวลีที่ได้มาจากข้อที่ 1 จำไว้เลยว่า ต้องเลือกใช้แค่เรื่องเดียวมาใช้ทำเป็นภาพอาร์ตเวิร์ก อย่าหยิบหลาย ๆ Key Message มายัดอยู่ในภาพ ๆ เดียว

.

ให้ภาพนี้สื่อประเด็นของจุดเด่นเราให้ชัด ประเด็นเดียวเท่านั้น

.

บางคนเริ่มมีคำถามว่า อ้าวแล้วถ้าเรามีจุดเด่นหลายข้อล่ะ จะต้องเลือกตัวไหน

.

คำตอบง่าย ๆ เลยครับ คือ ไม่ต้องเลือก ก็เอามันมาหมดนั่นแหละ เพียงแค่ ให้แยกอาร์ตเวิร์กกัน อย่าเอาไปรวมกันอยู่ที่อาร์ตเวิร์กเดียว

.

เพราะตอนที่เช็ตโฆษณา แพลตฟอร์มจะให้เราสามารถอัปโหลดอาร์ตเวิร์กที่แตกต่างกันหลาย ๆ ตัว เข้าไป เพื่อให้เป็นตัวเลือกสำหรับระบบของแพลตฟอร์มนั้น ๆ ในการปล่อยเนื้อหาใด ๆ ไปแสดงผลต่อกลุ่มเป้าหมาย

.

ซึ่งเอาจริง ๆ แพลตฟอร์มเองก็เชียร์ให้ธุรกิจทำแบบนั้นอยู่นะ เพื่อให้ได้ซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่า การมีตัวเลือกเดียวให้แพลตฟอร์มนำไปแสดงผลอยู่แล้ว

3. เลือกภาพที่สะท้อน ล้อกันกับหัวข้อเรื่อง

 

เมื่อได้ Key Message ที่เป็นตัวขายแล้ว ภาพที่ใช้ประกอบ ก็ต้องล้อกันกับ Key Message ด้วย มันจะเป็นบริบทตัวช่วยให้ข้อความนั้นมันกระแทกหัวใจของลูกค้าได้ง่ายขึ้น

.

ถ้าเคยได้ยินคำว่าภาพแทนข้อความได้ล้านคำ อันนี้ก็เห็นได้เลยว่า ไม่ผิดจากประโยคนี้เท่าไหร่นัก

.

เพราะภาพจะช่วยทำให้ความเข้าใจของเนื้อหาที่ลูกค้าอ่าน ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งหากทำได้ถึงขั้นที่ว่า ลูกค้ารู้สึกว่าภาพนั้นมันบอกเรื่องราวหรือประสบการณ์ของตัวเขาเองได้ อันนี้ถือประประสบความสำเร็จเลยล่ะ

4. จัดเรียงคอนเทนต์ตาม Purchase Funnel

 

การทำความเข้าใจ Stage ของ Purchase Funnel นี่ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพราะแต่ละ Stage ลูกค้ามีความต้องการ หรือมีความรู้สึกต่อสินค้า/ บริการของธุรกิจไม่เท่ากัน

.

เราต้องแยกให้ชัดว่า ธุรกิจของเราจะแบ่งลูกค้าเป็นกี่ Stage แล้ว Stage ไหน ควรใช้ข้อความหรือเนื้อหาแบบไหนในการสื่อสาร

.

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Stage แรกสุด ซึ่งก็คือการโฆษณา ซึ่งถือเป็นด่านแรก ที่ลูกค้าจะได้พบเจอกับแบรนด์ของเราเป็นครั้งแรก

.

เราต้องรู้ให้ได้ว่า กลุ่มเป้าหมายที่จะเจอกับคอนเทนต์นี้ เขารู้จักเราดีแค่ไหน

 

  • รู้จักดี เพราะมีการซื้อสินค้าเราอยู่ - คอนเทนต์จะยัดโปรโมชั่นไป อันนี้ทำได้เลยนะ
  • รู้จักแต่ไม่เคยใช้สินค้าของเราเลย - คอนเทนต์ต้องแสดงให้เห็นความแตกต่างกับสินค้าคู่แข่งให้ชัด
  • ไม่เคยรู้จักเรามาก่อนเลย - ต้องสร้างให้ลูกค้ามองเห็นประสบการณ์ร่วมกับสินค้าของเราให้ได้

นี่เป็นตัวอย่างเบื้องต้นที่ธุรกิจควรทำความเข้าใจให้ได้ว่า Funnel ของธุรกิจเรานั้น มันมีกี่ขั้น และแต่ละขั้นนั้น มีลูกค้าคนไหนอยู่

.

การทำแบบนี้ได้ จะช่วยให้ทุกอาร์ตโฆษณาของเรา ยังผลได้มากกว่า แค่ขอให้ได้มีโฆษณาออกไปก่อนเท่านั้นเอง

5. สร้างภาพจำที่จะเป็น Brand Identity ของแบรนด์ให้จงได้

 

อัตลักษณ์เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่หลาย ๆ ธุรกิจมองข้าม ซึ่งการให้ความสำคัญกับเรื่องของเนื้อหาก็ไม่ผิด แต่จะผิดตรงที่ ไม่กำหนดและควบคุมการแสดงอัตลักษณ์ภาพจำแบรนด์ในการโพสต์หรือโฆษณาแต่ละครั้งเลย

.

อย่างน้อย ๆ การกำหนดและควบคุมสีหลักของแบรนด์ที่อยู่บนอาร์ตเวิร์ก ก็ควรต้องมี

.

ถ้าลองให้นึกถึงสายการบินราคาประหยัดที่มีสีเหลือง พวกเรานึกถึงแบรนด์อะไร?

.

ถ้าลองให้นึกถึงแบรนด์ธนาคารสีชมพูสดใส เราจะนึกถึงแบรนด์อะไร?

.

นั่นแหละครับ ที่เรียกว่าอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) ในมิติของสี ซึ่งที่ยกตัวอย่างไปนั้น มันมีแต่แค่เรื่องสีเท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่องดที่ต้องนำมากำหนดใช้ร่วมกับสี เพื่อสร้างเป็นอัตลักษณ์ประจำของแบรนด์

.

การสร้างภาพจำจึงสำคัญไม่แพ้กันกับเรื่องอื่น ๆ เพราะต่อให้ทำคอนเทนต์ออกมาดีแค่ไหน แต่คนจำไม่ได้ว่าแบรนด์อะไร ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี โดยเฉพาะแบรนด์หรือธุรกิจที่อาจไม่ได้เน้นขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น แต่แค่ต้องโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับลูกค้าได้รู้จัดแบรนด์แล้วไปซื้อกันผ่านช่องทางออฟ์ไลน์

และนี่คือทั้งหมดของ 5 หลัก ที่ช่วยเคาะคอนเทนต์ ในแบบที่ธุรกิจคุณควรเลือกใช้ ซึ่งอาศัยแต่เพียงการอ่านแล้วจำไปใช้แค่นั้นคงไม่พอ ต้องลงมือปฏิบัติจริง ๆ ด้วย ถึงจะเข้าใจมันอย่างถ่องแท้

.

อีกอย่างคือ ธุรกิจแต่ละประเภทก็มักจะมีความแตกต่างกันในด้านการการสื่อสาร จะมาใช้แนวทางแบบกว้าง ๆ ก็คงไม่พอ

.

สำหรับใครที่อยากวางโครงสร้างของเรื่องทั้งหมดนี้แบบมืออาชีพ โดยได้ Workshop ได้คิดจริง ทำจริง แบบที่มีคนคอยแนะนำว่าที่เรากำลังคิดกำลังทำนั้นจะไปได้ดีอยู่ หรือกำลังหลงทาง

 

อ.ออดี้ นินจาการตลาด SME need to know กำลังเปิดคอร์สที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถ...

 

  • เลือกหา Key Message ที่จะชนะใจลูกค้าได้ แบบมีแพทเทิร์น มีแบบแผนที่เอาไปแกะจุดเด่นของสินค้าตัวเอง และสร้างเป็นวลีได้อย่างไม่จำกัด

  • ได้แนวทางจัดวางภาพอาร์ตเวิร์กที่สะท้อนวลีหลักที่จะเอามาให้ได้อย่างลงตัว จะทำเองหรือตรวจงานลูกน้องหรือเอเจนซี่ ก็จะมีหลักจับที่ชัดเจน ไม่ใช่แต่อารมณ์อีกแล้ว แล้วต่อจากนี้

  • วางโครงสร้าง Customer Journey หรือ Stage ของ Purchase Funnel ได้อย่างลงตัว รู้ว่าต้องเตรียมคอนเทนต์แบบไหน ในการโฆษณา โฆณาแล้วต้องภาพลูกค้าที่คลิกเข้ามาไปทางไหนต่อ และต้องใช้คอนเทนต์แบบไหนในการสื่อสารกับลูกค้ารายที่เข้ามาถึงในแต่ละ Funnel ที่ลึกขึ้น

  • เข้าใจหลักในการสร้างภาพจำ Brand or Corporate Identity เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับเนื้อหาสินค้าของคุณ ไม่ว่าลูกค้าจะเห็นเมื่อไหร่ ก็จำได้ว่ากำลังเจอแบรนด์อะไรอยู่ ต่อให้ไม่ซื้อ อย่างน้อย ๆ ก็ได้ภาพจำก็ยังดีกว่า ไม่จำอะไรเลย

ทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจที่ได้เรียน ได้รับความรู้แบบเดียวกับที่เอเจนซี่ใช้ทำงานให้กับแบรนด์จนประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้ว

.

สนใจ คลิกเลยที่ภาพข้างล่างนี่ครับ..

 

 

อ่านจบแล้วอย่าลืมกดติดตาม

LINE OA: @smeneedtoknow

เพื่ออัปเดตความรู้อื่น ๆ

เพิ่มเพื่อนเพื่อรับความรู้ 

แชร์โพสต์นี้

ก่อนอ่าน... พวกเรากดติดตาม

LINE OA: @smeneedtoknow

เพื่ออัปเดตความรู้อื่น ๆ แล้วหรือยัง?

เพิ่มเพื่อน

แท็ก
บล็อกของเรา
เก็บถาวร
ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงความคิดเห็น