
เคยไหม? เห็นสินค้าธรรมดา แต่กลับรู้สึก “อยากซื้อ” โดยไม่ทันคิดเยอะไม่ได้เพราะมันถูกที่สุด ไม่ได้เพราะฟีเจอร์โดดเด่นที่สุด แต่เพราะมัน “โดนใจ” บางอย่าง นี่แหละคือพลังของ “Emotion Before Conversion” กลยุทธ์ที่ไม่ได้เริ่มจากการขาย แต่เริ่มจากการ สร้างความรู้สึก
วันนี้เราจะพาไปดูว่าทำไม “อารมณ์” ถึงมาก่อน “ยอดขาย” และแบรนด์ที่เข้าใจสิ่งนี้ จะสามารถกลายเป็นที่จดจำได้แบบไม่ต้องลดราคา
.
ทำไม “อารมณ์” ถึงมาก่อน “เหตุผล”? เรามีคำตอบครับ

มันเป็นเพราะสมองคนเราตัดสินใจจาก “อารมณ์” ก่อน แล้วจึงใช้ “เหตุผล” มารองรับสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว
พูดง่ายๆ คือ รู้สึกถูกใจแล้วค่อยหาเหตุผลมาสนับสนุนทีหลัง
.
เช่น: ร้านนี้ดูอบอุ่นดี > ค่อยไปดูว่าราคาก็ไม่แพง, สินค้านี้ดูใส่ใจคนใช้ > ค่อยไปดูว่ารีวิวก็ดีด้วย
ถ้าแบรนด์สามารถ “สร้างความรู้สึกดี” ได้ตั้งแต่แรก ต่อให้ยังไม่พูดถึงราคา ลูกค้าก็เปิดใจแล้วครึ่งหนึ่ง
.
ถ้าอยากให้แบรนด์เราโดนใจลูกค้า ลองมาทำตาม 5 กลยุทธ์ การสร้าง Emotion Before Conversion ดู

1. เล่าเรื่องมากกว่าบอกฟีเจอร์
.
คนเราทั่วไปไม่ได้จำว่า กล้องชัด 108 ล้านพิกเซล แต่จำว่า มันถ่ายรูปลูกครั้งแรกได้ชัดที่สุดในชีวิต
.
อย่าขายว่าอะไรอยู่ในกล่อง ให้ขายว่า เกิดความรู้สึกหรือโมเมนต์อะไรหลังได้ใช้
.
2. สื่อสารให้ เหมือนคนคุยกับคนเป็นธรรมชาติ
.
ให้เราหลีกเลี่ยงข้อความขายตรงๆ แบบหุ่นยนต์ แล้วเลือกใช้ภาษาที่เป็นกันเอง อบอุ่น และเข้าใจง่าย
.
แบรนด์ที่ลูกค้ารู้สึกว่า คุยด้วยแล้วสบายใจ จริงใจกับเขาจริงๆ คือแบรนด์ที่เขากลับมาหา
.
3. ใช้ภาพ เสียง หรือวิดีโอที่กระตุ้นอารมณ์
.
เช่น เสียงหัวเราะของเด็ก, ภาพบ้านที่เต็มไปด้วยความสุข, หรือแสงแดดยามเช้า ภาพพวกนี้พูดแทนคำอธิบายได้เป็นร้อยคำเลย
.
ใช้ภาพที่สร้างความรู้สึกดีๆ ให้เกิดใน 3 วินาทีแรกที่เห็น
.
4. เข้าใจและสะท้อน ความกลัวหรือความหวัง ของลูกค้า
.
แบรนด์ที่เข้าใจว่า ลูกค้ากลัวอะไรหรือคาดหวังอะไร แล้วพูดสิ่งนั้นออกมา จะสื่อสารได้ลึกกว่าระดับผิวเผินหลายเท่า
.
อย่าแค่พูดว่า เราดีแค่ไหน แต่ให้เราลองพูดว่า เราจะช่วยให้คุณรู้สึกยังไง
.
5. ให้ลูกค้าเป็นพระเอกของเรื่อง
.
เล่าเรื่องให้เขารู้สึกว่า นี่มันชีวิตฉันเลย! ไม่ใช่แค่โชว์ว่าบริษัทเก่งแค่ไหน
.
ลูกค้าจะอินก็ต่อเมื่อเขารู้สึกว่า มันเกี่ยวกับฉัน

การจะใช้กลยุทธ์ Emotion Before Conversion ไม่ได้จะบอกว่าเราขายอะไรแล้วจบ แต่ต้องเริ่มจากการสร้างความรู้สึกดีๆ สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ แล้วการตัดสินใจซื้อจะเกิดตามมาเอง เพราะลูกค้าจำไม่ได้ว่าเราขายอะไร แต่จำได้ว่าเราทำให้เขา รู้สึกยังไง
.
และนี่เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์ๆ นึงติดอยู่ในใจลูกค้า ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แบรนด์ที่มีสิ่งที่ดีที่สุด แต่จะกลายเป็นแบรนด์ที่ลูกค้ารู้สึกผูกพันที่สุด ถ้าใครชอบกลยุทธ์การตลาดดีๆ ที่เก็บเอาไปปรับใช้ได้จริงอย่าลืมกดติดตามเราไว้ด้วยนะครับ เราจะมีคอนเทนต์การตลาดดีๆ มามอบให้ทุกวันเลย